กับวิชาชีพทนาย อานนท์ตอบทันทีว่า “ทำไปจนตาย ทำอย่างอื่น ไม่ได้หรอกเหมือนพระ พระพอบวชแรกๆ บวชสักยี่สิบพรรษาไม่ค่อยอยากสึกหรอก มีความขลัง แต่การว่าความมีความสนุกด้วย ไม่ได้สักว่าจะทำ การว่าความคือความสนุก เป็นการเสพชนิดหนึ่ง เหมือนอะไรที่เราเข้าไปเสพ เราลุ่มหลงกับการว่าความพอสมควร”

เขายังพูดเสมอว่า “เรามีความโรแมนติกกับตัวเอง เป็นทนายตอนนั้นไปว่าความ ชาวบ้านเอาฟักเอาแตงแบกขึ้นรถตู้ ว่าความแล้วได้ของกินกลับมาแล้วเท่ เนื้อแดดเดียวอย่างนี้ บางทีเหมือนกับเราหล่อ เป็นตัวแทน ก็คือคิดในมุมหล่อนะ แต่จะมีความสุขกับความคิด ที่หล่อเลี้ยงตัวเอง เพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกัน เขาก็ประสบความสำเร็จกันไปหมดแล้ว ก็มีเงิน ถ้าพูดเรื่องเศรษฐกิจเขาก็ไปกันสบายล่ะ ก็เหลือแต่เราที่ใช้ชีวิต ใช้ชีวิตแบบไม่ได้รวยมาก แต่ก็ไม่ได้จน”

ไม่รู้ว่าทุกวันคืนที่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทนายหนุ่มจะคิดถึงฉากชีวิตทนายสิทธิมนุษยชน และการว่าความของตัวเองแค่มากน้อยแค่ไหน? ในทุกที่ที่เขาอยู่ เราต่างเชื่อว่าเขาคงได้ใช้ความรู้ความสามารถทางกฎหมายอย่างเต็มปรี่ และเราคงจะรำลึกและถามไถ่ถึงกันเสมอๆ จนกว่าจะพบเจอกันอีก

อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2021/02/91808

ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

Share | Download(Loading)
Podbean App

Play this podcast on Podbean App